“ยาสมุนไพร” อาจเป็นสาเหตุเพิ่มเสี่ยง “มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก”

Busba1122
โพสต์: 199
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 07, 2020 4:26 pm

“ยาสมุนไพร” อาจเป็นสาเหตุเพิ่มเสี่ยง “มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก”

โพสต์โดย Busba1122 » ศุกร์ ก.ย. 18, 2020 10:44 am

รูปภาพ

แม้ว่าสาเหตุของโรคมะเร็งจะยังไม่สามารถชี้เฉพาะเจาะจงได้ว่ามาจากสาเหตุใดอย่างแน่ชัด แต่จากรายงานวิจัยหลายชิ้นสามารถระบุถึง “ปัจจัยเสี่ยง” ของโรคมะเร็งหลายชนิดได้ มีตั้งแต่อาหารปิ้งย่างที่มีรอยไหม้ดำมากเป็นพิเศษ อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เนื้อแดง เช่น เนื้อวัว และเชื้อราที่อาจพบได้ในอาหารบางชนิด เช่น เชื้อราที่พบได้ในถั่ว เป็นต้น
แต่อีกสาเหตุที่อาจเป็นเรื่องคาดไม่ถึงสำหรับใครหลายคนที่พยายามดูแลตัวเองเป็นอย่างดี คือการกินยาสมุนไพรมากเกินไป หรือกินไม่ถูกวิธี ที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้เช่นกัน
ยาสมุนไพร เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง ?
พญ. กมัยธร เทียนทอง กลุ่มงานสูตินรีเวชศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี ให้ข้อมูลไว้ว่า ยาสมุนไพรที่มีเอสโตรเจนสูง เช่น กวาวเครือ หากกินมากเกินไปก็อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ เพราะเป็นการเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศหญิง หรือฮอร์โมนเอสโตรเจนมากเกินไป
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่ผู้หญิงวัยทองมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้อีก เช่น
ผู้หญิงวัยทองที่ได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนเสริมเพียงอย่างเดียว
คนอ้วน หรือคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน เพราะคนน้ำหนักตัวมากจะสร้างฮอร์โมน เอสโตรเจนมากกว่าคนน้ำหนักปกติ
ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่กำลังใช้ยารักษามะเร็งเต้านม
ผู้หญิงที่อยู่ในภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง ซึ่งมักมีอาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ โปร เกม ออนไลน์ ทุก เกม หน้ามัน เป็นสิว หรือขนดก
ความดันโลหิตสูง
เบาหวาน
ผู้หญิงไม่มีลูก
มีประวัติพันธุกรรมสายตรง
เป็นต้น
นอกจากนี้คุณหมอยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่า “มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกนั้น นับเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ของมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์สตรีไทย ส่วนใหญ่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน แต่ปัจจุบันเริ่มพบในผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 40 ปีมากขึ้น จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่เข้ามารักษาเฉพาะมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกของ รพ.ราชวิถี ปี 2561 ที่ผ่านมา คนไข้มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกมีมากถึง 570 คน”
อาการเริ่มต้นของโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
อาการของโรคนี้ที่สังเกตได้ง่ายคือ มีเลือดออกทางช่องคลอด เนื่องจากมะเร็งชนิดนี้มักเกิดหลังอายุ 50 ปี หากมีเลือดออกหลังหมดประจำเดือนควรรีบมาพบแพทย์ แต่หากเลือดออกในช่วงที่ไม่ใช่รอบเดือน เช่น ออกกะปริดกะปรอย หรือออกมาก นานเกิน 7 วันต่อรอบ ก็ควรรีบมาพบแพทย์
หากตรวจพบแล้ว การผ่าตัดนับเป็นวิธีหลักของการรักษาโรคนี้ โดยผ่าตัดทางหน้าท้อง หรือผ่านกล้อง จากนั้นแพทย์จะวิเคราะห์ต่อว่าจะรักษาเช่นใดเพิ่มเติม รังสีรักษา หรือเคมีบำบัด

ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 2 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน