“ข้าวยีสต์แดง” ลดไขมัน-ลดเสี่ยงโรคหัวใจได้ จริงหรือ?

Busba1122
โพสต์: 199
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 07, 2020 4:26 pm

“ข้าวยีสต์แดง” ลดไขมัน-ลดเสี่ยงโรคหัวใจได้ จริงหรือ?

โพสต์โดย Busba1122 » พฤหัสฯ. ก.ย. 17, 2020 11:10 am

รูปภาพ

ข้าวยีสต์แดง อาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะมีการอ้างว่าส่วนประกอบของยีสต์แดงช่วยลดไขมันในเลือดได้ แต่จริงๆ แล้วข้าวยีสต์แดงคืออะไร ลดไขมันได้จริงไหม และปลอดภัยกับร่างกายมากแค่ไหน ต้องทำความเข้าใจกันให้ดีก่อนบริโภค

ข้าวยีสต์แดง คืออะไร?
ข้าวยีสต์แดง หรือ Red Yeast Rice คือข้าวที่หมักกับยีสต์สีแดงที่มีชื่อว่า Monascus purpureus โดยยีสต์ตัวนี้เป็นสีแดงที่ถูกนำมาใช้เป็นสีผสมอาหารอย่างที่เราเคยกินกันในเป็ดปักกิ่ง หรือหมูแดง แต่มีการกล่าวอ้างว่านักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าในยีสต์แดงมีสารสำคัญที่ชื่อ Monacolin K ที่มีโครงสร้างทางเคมีเหมือนกับยาลดไขมันตระกูล Statin ที่แพทย์ใช้รักษาผู้ป่วยโรคไขมันในเลือดสูง ดังนั้นจึงมีการโฆษณาว่าอาหารเสริมตัวนี้มีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้เหมือนกับกลุ่มยา Statin นั่นเอง

ข้าวยีสต์แดง ลดไขมันได้?
ก่อนอื่นเลย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดจากเฟซบุคเพจ 1412 Cardiology ระบุว่า ข้าวยีสต์แดง ปลอดภัย กินได้ และลดไขมันในเลือดได้จริง แต่จากส่วนประกอบของข้าวยีสต์แดง ไม่ควรเป็น “อาหารเสริม” แต่ควรเป็น “ยา” ที่ต้องใช้ผ่านการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะหากรับประทานไม่ถูกวิธี อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายได้

อันตรายจาก “ข้าวยีสต์แดง”
เมื่อมีส่วนประกอบที่มีโครงสร้างคล้ายยา Statin จึงจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำในการใช้จากแพทย์อย่างใกล้ชิดเหมือนกันกับการยา Statin หากเป็นผู้ป่วยโรคไขมันในเลือดสูงอยู่แล้ว การรับประทานข้าวยีสต์แดงเพิ่มหลังจากกินยาตามแพทย์สั่ง อาจส่งผลให้ร่างกายได้รับยาลดไขมันมากเกินไป ผู้ป่วยที่กินอาจเกิดภาวะตับอักเสบ หรือ กล้ามเนื้ออักเสบ ตามมาได้ โดยเฉพาะถ้าหากใช้ยาลดไขมัน หรือยาตัวอื่นๆ ของโรงพยาบาลอยู่ด้วย

นอกจากนี้ ในแง่ของความปลอดภัย สลอต ข้าวยีสต์แดงยังไม่มีรายงานรับรองความปลอดภัยหลังการทดลองใช้กับคน และสัตว์ทดลองอย่างละเอียด ดังนั้นในแง่ของการปรับขนาดยาให้สมดุล มีแระสิทธิภาพต่อคนที่กิน ยังไม่ชัดเจนมากพอนั่นเอง

หากจะกล่าวว่า ข้าวยีสต์แดง เป็นอาหารเสริมที่ชาวจีนกินกันมาอย่างยาวนานแล้วปีแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภันต่อร่างกายของเรา 100% เพราะสารเคมี Monacolin K ที่อยู่ในยา Statin ได้มาจากการศึกษาวิจัยยาวนานเกือบ 10 ปีเพื่อทดสอบความปลอดภัย ทดสอบประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ และควบคุมกะปริมาณในการใช้อย่างพอเหมาะในมนุษย์ ในขณะที่ข้าวยีสต์แดงไม่มีขนาดของ Monacolin K ที่ชัดเจน รวมถึง ผลข้างเคียงของสารประกอบอื่นๆ ที่อยู่ในเม็ดแคปซูล
นอกจากนี้ ยาข้าวยีสต์แดงในประเทศสหรัฐอเมริกาที่เคยสามารถขายในร้านขายยาได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ ก็ถูกยกเลิกในปี 2001 หลังจากทางการสหรัฐฯ พบว่าเป็นยาที่ส่งผลอันตรายต่อผู้บริโภคหากไม่ได้รับคำแนะนำในการใช้ยาอย่างใกล้ชิดจากแพทย์
ทั้งนี้ เพจ 1412 Cardiology ยังแนะนำอีกว่า หากมีความจำเป็นต้องกินยาลดไขมัน ยาในกลุ่ม statin ควรเป็นตัวเลือกแรก และควรรับคำปรึกษาในการใช้ยาจากแพทย์เท่านั้น

ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน